Header Ads

Breaking News
recent

บริษัทกีฬาชั้นนำจะได้อะไรจากการเข้าซื้อแอปบันทึกการออกกำลังกายกัน ?

บริษัทกีฬาชั้นนำจะได้อะไรจากการเข้าซื้อแอปบันทึกการออกกำลังกายกัน ?



ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ คงสังเกตเห็นว่า smartphone ได้ปฏิวัติวิถีชีวิตการออกกำลังกายของคนส่วนใหญ่ ซึ่งมีแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ช่วยให้เราสามารถออกกำลังกายได้มีประสิทธิภาพและ สะดวกสบายมากขึ้น แถมบางแอพยังช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และแนะนำเทคนิคการพัฒนาการออกกำลังกายของเพื่อนๆ ได้อีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่บริษัทกีฬายักษ์ใหญ่จะหันมาจับจ้องและถือครองในแอปพลิเคชั่นออกกำลังกายเหล่านี้มากขึ้น โดยเฉพาะแอปพลิเคชั่นที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก

โดยเริ่มจาก Nike ที่เข้ามาในตลาดแอปพลิเคชั่นออกกำลังกายด้วย Nike+ มาตั้งแต่ปี 2006 นับว่าเป็นพี่ใหญ่ของวงการนี้เลยทีเดียว ตามมาด้วยปีที่แล้ว Adidas ที่เดิมก็มี miCoach และ adidas train & run อยู่แล้ว ก็ลงทุนกว่า 239 ล้านเหรียญ ซื้อ Runtastic ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นออกกำลังต่างๆ บนมือถือ, Social Network รวมไปถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้งานที่หลากหลาย



นอกจากนี้ ยังมี Under Armour ที่กว้านซื้อแอพต่างๆ ทั้ง MyFitnessPal, Endomondo และ MapMyFitness รวมไปถึง Fitbit ก็ซื้อแอพออกกำลังกาย FitStar ไปแล้ว และรายล่าสุดอย่าง Asics เพิ่งจะประกาศซื้อแอป Runkeeper ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 40 ล้านคนเลยทีเดียว เท่ากับว่า ยังคงเหลือ Strava ที่ยังคงอยู่รอดจากการเข้าซื้อจากแบรนด์ต่างๆ อยู่ ซึ่งไม่อาจทราบได้ว่าจะอยู่รอดไปได้อีกนานแค่ไหน
(ความเห็นส่วนตัว: อยากให้ Garmin ได้ซื้อ Strava มากกว่าแบรนด์รายอื่นนะ)



โดยรวมทั้ง 4 บริษัทนี้ใช้เงินในการซื้อแอปออกกำลังกายเหล่านี้ไปมากกว่า 1 พันล้านเหรียญ จึงเกิดคำถามขึ้นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้จะใช้ประโยชน์จากแอพเหล่านี้ได้อย่างไร ?

หลักๆ แล้วทางบริษัทจะได้ข้อมูลส่วนตัว (Personal Data) ของเรา นอกจากถูกนำไปใช้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการของตลาดแล้ว อาจนำไปใช้เพื่อการเสนอขายผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้แอปพลิเคชั่นออกกำลังกายนั้นๆ ครับ นอกจากนั้นนักวิเคราะห์ยังคาดว่าแอปฯ เหล่านี้อาจมีการคิดค่าธรรมเนียมรายปีเพิ่มเติม โดยเสนอการใช้งานที่มีฟังค์ชั่นต่างๆมากขึ้น เช่น Live Tracking, อัพเดตสภาพอากาศ หรือ การวิเคราะห์การลักษณะการวิ่งพร้อมแนะนำ Training Plan ครับ

นอกจากนั้นมีการวิจัยพบว่าผู้หญิงใช้แอพฯเหล่านี้มากกว่าผู้ชายครับ จึงเป็นโอกาสอันดีให้กับบริษัทเหล่านี้ใช้เป็นทางลัดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงอีกด้วย

อย่างเช่นตอนงาน CES 2016 ที่ผ่านมา HTC และ Under Armour จับมือกันเปิดตัว UA Health Box โดยนำเสนอว่าเป็นสุดยอด fitness solution ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็น “connected fitness system” ของ UA Band ก็ว่าได้



UA Health Box เป็นการทำงานร่วมกันของ HTC และ UA โดยมี HTC Grip เป็นอุปกรณ์ GPS fitness tracker เชื่อมต่อกับเครื่องชั่งน้ำหนักและสายคาดวัด heart-rate ได้ด้วย มีสายคาดวัดอัตราการเต้นหัวใจ เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth, เครื่องชั่งน้ำหนักที่เชื่อมต่อได้ เรียกว่า UA Heart Rate และ UA Scale ส่งผลการชั่งน้ำหนักและการเต้นหัวใจไว้บนแอพ UA Record

ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถซิงค์กับแอป MapMyRun, MyFitnessPal และ Endomondo ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้หมด โดยน้ำหนักบน UA Scale เก็บไว้บน MyFitnessPal และการวิ่งเก็บไว้บน MapMyRun และเก็บข้อมูลอื่นๆไว้บน UA Record

No comments:

Powered by Blogger.