Header Ads

Breaking News
recent

#CES2017 Lenovo เปิดตัวแบรนด์ Legion แบรนด์สำหรับเกมเมอร์ และแก็ดเจทต่างๆ อีกมากมาย

สำหรับ CES 2017 ปีนี้ Lenovo นับว่าเป็นอีกแบรนด์ที่มีการขยับตัวค่อนข้างมาก โดยหันมาโฟกัสที่โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง ที่เป็นตลาดที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ ฝั่งของ Lenovo ถึงแม้มีผลิตภัณฑ์รหัสตัว Y ที่จับตลาดเกมมิ่งมานาน แต่กลับไม่มีแบรนด์ด้านเกมมิ่งแยกเฉพาะแบบเดียวกับที่คู่แข่งมี (เช่น Acer Predator, Asus ROG, Dell Alienware, HP Omen)
ในงาน CES 2017 Lenovo จึงออกแบรนด์เกมมิ่งของตัวเองในชื่อ Legion ตามชื่อของทหารสมัยโรมัน โดยยังคงโค้ดผลิตภัณฑ์รหัส Y เหมือนเดิม สินค้า 2 ตัวแรกใต้แบรนด์ Legion ได้แก่ Lenovo Legion Y720 รุ่นท็อป และ Lenovo Legion Y520
Lenovo Legion ทั้งสองตัวใช้ซีพียู Core 7th Gen รุ่นล่าสุด, ใส่จีพียูได้สูงสุดคือ NVIDIA GeForce GTX 1060 (Y720) 1050 Ti, แรม 16GB, พอร์ต Thunderbolt 3, หน้าจอ 15.6" ความละเอียดสูงสุด 3840x2160
ฟีเจอร์อื่นได้แก่ระบบเสียง Dolby Atmos (Y720) หรือ Dolby Audio Premium (Y520), ลำโพง Harman, คีย์บอร์ดปรับสีตามโซนได้, รองรับจอย Xbox One Wireless Controller ในตัว (รุ่น Y720 ยังเป็น VR Ready ตามมาตรฐานของ Oculus ด้วย)
Lenovo Y520 จะเริ่มขายก่อนในเดือนกุมภาพันธ์ ราคาเริ่มต้น 899.99 ดอลลาร์ แล้ว Y720 จะตามมาในเดือนเมษายน ราคาเริ่มต้น 1399.99 ดอลลาร์

นอกจากนี้ Lenovo ยังได้เปิดตัว ThinkPad ตัวท็อปในซีรีส์ X1 ที่ออกมาพร้อมกัน 3 รุ่นย่อย ดังนี้
ThinkPad X1 Carbon
โน้ตบุ๊กฟอร์มมาตรฐาน หน้าตายังคล้ายของเดิมแต่ขนาดเล็กลง (จอ 14" ในบอดี้ 13") น้ำหนักเบากว่าเดิมเป็น 1.14 กิโลกรัม, เพิ่มรุ่นสีเทาตามแนวทางของ ThinkPad ปี 2017, แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 15.5 ชั่วโมง, เพิ่มพอร์ต Thunderbolt 3, ตัวสแกนลายนิ้วมือมาตรฐาน FIDO และกล้อง Windows Hello, มีโมเด็ม LTE-A ในตัว, ใช้งานร่วมกับ ThinkPad Dock รุ่นใหม่ได้
พอร์ตเชื่อมต่อประกอบด้วย Thunderbolt 3 x2, USB 3.0 x2, HDMI, RJ45, microSD, microSIM เริ่มวางขายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาเริ่มต้น 1,349 ดอลลาร์

ThinkPad X1 Yoga
โน้ตบุ๊กพับจอได้รุ่นของปี 2017 อัพเกรดมาใช้บอดี้แบบใหม่ที่ขนาดเล็กลง และมีสีเงินให้เลือกเพิ่มเข้ามาจากสีดำ จุดเด่นของ Yoga ปี 2017 คือมีรุ่นจอ OLED เพิ่มเข้ามาให้เลือก
สเปกโดยรวมเหมือนกับรุ่น Carbon คือใช้ซีพียู Intel Core 7th, หน้าจอ 14" ความละเอียดสูงสุด 2560x1440 (มีทั้งจอ IPS และ OLED), แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 16 ชั่วโมง, มีโมเด็ม LTE-A ในตัว, พอร์ต Thunderbolt 3 x2, น้ำหนักเริ่มต้นที่ 1.36 กิโลกรัมสำหรับจอ OLED และ 1.42 กิโลกรัมสำหรับจอ IPS, อุปกรณ์เสริมเป็นปากกา ThinkPad Pen Pro รุ่นปรับปรุงใหม่ในปี 2017
เริ่มวางขายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาเริ่มต้น 1,499 ดอลลาร์

ThinkPad X1 Tablet
แท็บเล็ตต่อคีย์บอร์ดได้แบบเดียวกับ Surface ที่เปิดตัวครั้งแรกช่วงต้นปี 2016 ก็ได้อัพเกรดสเปกมาเป็นรุ่นที่สองด้วยซีพียู Intel Core 7th Gen โดย ThinkPad X1 Tablet ยังเป็นแท็บเล็ตหน้าจอ 12", ใส่แรมได้สูงสุด 16GB, เพิ่มแบตเตอรี่อยู่ได้นาน 15 ชั่วโมง, มีโมเด็ม LTE-A ในตัว, พอร์ต USB-C
X1 Tablet ยังมีอุปกรณ์เสริมสำหรับต่อเข้าด้านท้ายอีก 2 รุ่นคือ Presenter Module (โปรเจคเตอร์) และ Productivity Module (เพิ่มพอร์ตและแบตเตอรี่อีก 5 ชั่วโมง)
เริ่มวางขายเดือนมีนาคม ราคาเริ่มต้น 949 ดอลลาร์
นอกจากนี้ Lenovo ยังออกแท็บเล็ตตระกูล Miix อย่างต่อเนื่อง รอบนี้เปิดตัว Miix 720 ถัดจาก Miix 500 ที่เปิดตัวในปี 2016 โดยมีสเปคคร่าวๆ ดังนี้:
  • หน้าจอ 12" QHD+ (2880x1920) ความสว่าง 400 nits พร้อม Gorilla Glass
  • อัพเกรดซีพียูเป็น Core 7th Gen Kaby Lake
  • เพิ่มกล้องหน้าแบบ IR รองรับ Windows Hello ส่วนกล้องหลังความละเอียด 5MP
  • เพิ่มพอร์ต Thunderbolt 3
  • ปากกา Lenovo Active Pen 2 รองรับแรงกด 4096 ระดับ
ราคารวมคีย์บอร์ดแล้ว 999 ดอลลาร์ มีสองสีคือ Champagne Gold กับ Iron Gray เริ่มวางขายในเดือนเมษายน 2017 ส่วนปากกา Active Pen 2 ขายแยกราคา 59.99 ดอลลาร์

โดยในปีนี้ Lenovo ยังตอบรับกับกระแส Internet of Things ด้วยการเปิดตัวรีโมทควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานได้หลากหลายอย่าง Lenovo 500 Multimedia Controller และลำโพงอัจฉริยะ Lenovo Smart Assistant ที่เชื่อมต่อกับบริการผู้ช่วยส่วนตัว Amazon Alexa โดยรายละเอียดของลำโพงอัจฉริยะมีดังนี้
ตัวอุปกรณ์มีไมโครโฟนลดเสียงสะท้อนและเสียงรบกวนจำนวน 8 ตัว ฝังรอบเครื่องเพื่อรับเสียงได้ 360 องศา รับเสียงคำสั่งเสียงได้ไกล 5 เมตร นอกจากนี้ยังมีรุ่นพิเศษที่ใช้ระบบเสียง Harman Kardon ผู้ผลิตระบบเสียงเพื่อความบันเทิงในบ้านระดับพรีเมี่ยม
ลำโพง Lenovo Smart Assistant ถือเป็นอุปกรณ์ตัวแรกๆ ที่เชื่อมต่อกับบริการ Alexa Voice Services (AVS) จาก Amazon ซึ่งถือเป็นการขยายบริการของ Amazon ไปให้ไกลกว่าอุปกรณ์ตระกูล Echo ของตัวเอง
Lenovo Smart Assistant มีสามสี เทาสว่าง เขียว และส้ม ขายในราคา 129.99 ดอลลาร์ ส่วน Lenovo Smart Assistant รุ่นพิเศษ Harman Kardon ขายในราคา 179.99 ดอลลาร์
นอกจากนี้ Lenovo ยังเปิดตัวอุปกรณ์เก็บข้อมูล Lenovo Smart Storage มาพร้อมหน่วยความจำ 6 เทราไบต์ เชื่อมต่อไร้สายแบบ dual-band เปิดซิงค์อัตโนมัติ ด้านความปลอดภัยออกแบบมาเป็น P2P เข้าถึงรูปภาพ เพลงและข้อมูลอื่นๆ ของผู้ใช้ มีซอฟต์แวร์จดจำใบหน้าผู้ใช้ สามารถจัดระเบียบภาพถ่ายได้จากการจดจำใบหน้า
Lenovo Smart Storage ขายในราคา 139.99 ดอลลาร์ ทั้งหมดขายพร้อมกันในเดือนมีนาคมนี้
สำหรับรีโมทควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานได้หลากหลายอย่าง Lenovo 500 Multimedia Controller นั้น มีคุณสมบัติคือจับถนัดมือ มีคีย์บอร์ดในตัวออกแบบให้ถือสองมือแล้วใช้นิ้วโป้งกดได้ทั่วถึงทุกตัวอักษร พิมพ์ง่าย และตัวคีย์บอร์ดยังรองรับการสัมผัส ใช้เป็นทัชแพดในตัวได้อีกด้วย
จากการสำรวจของ Lenovo พบว่าผู้บริโภคเชื่อมต่ออุปกรณ์กับจอภาพภายนอกอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เมื่อมีอุปกรณ์หลายชิ้น การควบคุมก็ยากลำบาก ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกใช้อุปกรณ์แต่ละอย่างกับงานเฉพาะอย่างเท่านั้น Lenovo จึงออกแบบคอนโทรลเลอร์ไร้สายที่ใช้เป็นทั้งเมาส์และคีย์บอร์ด ในขนาดที่อยู่ในอุ้งมือเท่านั้น
Lenovo 500 Multimedia Controller มีระยะส่งข้อมูลไกลถึง 20 เมตร (ไกลกว่ารีโมทปกติที่ 10 เมตร) น้ำหนักเบา 141 กรัม ขายในราคา 54.99 เปิดขายช่วงเดือนมีนาคมนี้
ที่มา - Lenovo

No comments:

Powered by Blogger.