Header Ads

Breaking News
recent

ฤ ถึงคราวสิ้นชื่อ เมื่อมีคนจับได้ว่า Huawei เนียนใส่ของต่ำกว่าสเปคที่โฆษณาไว้

No Description
หนึ่งในสมาร์ทโฟนยอดฮิตในขณะนี้ย่อมหนีไม่พ้น Huawei P10 และ P10 Plus ที่เพิ่งเปิดตัวและวางจำหน่ายในบ้านเราเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ก็มีข่าวว่าผู้ใช้พบว่าการทดสอบเบนช์มาร์กด้านความเร็วหน่วยความจำในหลายๆ เครื่องได้ผลต่างกันมาก ล่าสุด Huawei ออกมายอมรับแล้วว่า P10 และ P10 Plus ที่วางจำหน่ายอยู่จะมาพร้อมสเปกแรมและหน่วยความจำที่แตกต่างกันไป

No Description
ความเร็วหน่วยความจำ UFS ตามสเปก


Huawei ระบุว่าแรมของ P10 และ P10 Plus จะมีทั้งแบบ LPDDR3 และ LPDDR4 และหน่วยความจำจะมีทั้ง UFS 2.0, UFS 2.1 และ eMMC 5.1 เลยทีเดียว โดยแรม LPDDR3 และ LPDDR4 ตามสเปกแล้วมีแบนด์วิดท์ต่างกันถึงเท่าตัว คือ 12.8GB/s และ 25.6GB/s และใช้ไฟที่ 1.2 และ 1.1 โวลต์ตามลำดับ ส่วนหน่วยความจำ UFS 2.0 กับ 2.1 ไม่ค่อยต่างกัน แต่ทั้งสองแบบนั้นเร็วกว่า eMMC 5.1 อย่างมาก
No Description
ผลการทดสอบเบนช์มาร์กของ Huawei P10
อย่างไรก็ตาม Huawei บอกว่าบริษัทไม่ได้หลอกลวงลูกค้า เพราะไม่เคยระบุชัดเจนว่าสเปกแรมและหน่วยความจำของสมาร์ทโฟนสองรุ่นนี้เป็นอะไร ต่างกับ Mate 9 ที่บอกชัดว่าใช้แรม LPDDR4 [ล่าสุด: Huawei นำคำว่า UFS 2.1 ออกจากหน้าเว็บ Mate 9 ไปแล้ว] แต่บอกว่านโยบายของบริษัทคือการจัดการความสมดุลระหว่างประสบการณ์ของผู้ใช้, คุณภาพ และอุปทานที่เหมาะสม พร้อมเสริมว่าประสิทธิภาพโดยรวมของสเปกหลายแบบนี้จะไม่ต่างกัน
No Description
หน้าเว็บเก่า
No Description
หน้าเว็บใหม่
นอกจากนี้ Huawei ก็บอกว่าชิปเหล่านี้ยังถูกนำมาประกอบใส่โทรศัพท์แบบสุ่ม และไม่มีการระบุ batch หรือมีขั้นตอนการเลือกใดๆ นั่นแปลว่าเครื่องที่ออกมาสู่ตลาดจะถูกปะปนกันหมด และลูกค้าไม่มีทางทราบได้เลยว่าเครื่องที่ตนซื้อมาเป็นสเปกแบบใด อีกทั้ง Huawei ก็ไม่ได้บอกว่าสัดส่วนของชิปแบบใดมีมากน้อยกว่ากัน
สำหรับการแถลงของทาง Huawei (ประเทศไทย) นั้น
- ไม่มีการกล่าวถึงหน่วยความจำ eMMC 5.1 และ RAM DDR3 ที่เป็นประเด็นแต่อย่างใด
- interface หน่วยความจำมาตรฐาน UFS 2.1 (JEDEC Standard No.220C) และ UFS 2.0 (JEDEC Standard No.220 B) มีอัตราความเร็วเท่าเทียมกัน ระหว่าง 249.6 - 583.04 MB/วินาที หรือ 2496 - 5830.4 Mb/วินาที
ส่วนในรุ่น P10/P10 Plus ได้บอกเหมือนกับที่ Huawei ต่างประเทศได้แถลงมาก่อนหน้านี้ คือบริษัทฯ มีมาตรฐานในการเลือกใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือทั่วโลก เพื่อให้มีปริมาณการผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค พร้อมยืนยันว่าทั้ง P10/P10 Plus และ Mate 9 ใช้แรม LPDDR4 (โพสต์ต้นทางใช้คำว่า DDR4)
alt="Post ชี้แจงของ Huawei"
ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ความเร็วที่อ้างอิงว่า " UFC 2.1 มีความเร็วในการประมวลผลที่ 249.6 - 583.04 MB/วินาที หรือ 2496 - 5830.4 Mb/วินาที" นั้นเป็นเรื่องที่ผิด เพราะนั่นคือการเหมารวมสเปคของ eMMC (ที่วิ่งอยู่ประมาณ 200 MB/s) กับ UFC 2.0 (ที่วิ่งประมาณ 500 MB/s) เข้าไว้ด้วยกัน และความแตกต่างของ UFS 2.0 กับ UFS 2.1 นั้นก็ต่างกันไปอีก เพราะ UFS 2.0 นั้น อยู่ที่ราว 500 MB/วินาที ในขณะที่ UFS 2.1 นั้นอยู่ที่ 600-800 MB/วินาที อีกด้วย
การเดินเกมที่ผิดพลาดของ Huawei ในครั้งนี้ นอกจากเป็นความผิดพลาดที่ทำลายความเชื่อใจของผู้บริโภค โดยการสอดไส้ของที่ต่ำกว่าสเปค และการออกมาพูดของผู้บริหารว่า "มันก็พอๆ กัน" นั้น ยังผิดพลาดในข้อมูลทางเทคนิคที่ผู้แถลงยังไม่เข้าใจในสินค้าของตัวเองอีกด้วย ซึ่งควรมีการแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป ทั้งนี้ การรับผิดชอบของ Huawei นั้น ก็ยังไม่อาจทราบได้ว่าจะมีทิศทางไปไหนทางไหน แต่เท่าที่อ่านจากแถลงการณ์ของทาง Huawei ประเทศไทยแล้ว มีความเป็นไปได้ว่า หากผู้บริโภคที่เจอ eMMC (ซึ่งเป็นตัวต่ำสุด) จะโดนเคลมว่าเป็นกลุ่มที่ได้ใช้ UFS 2.0 ไปด้วย
สำหรับแนวทางแก้ไขที่ทาง Huawei (ประเทศไทย) ควรพิจารณาในตอนนี้ ไม่ใช่การแถลงการณ์แก้ตัว หรือชี้แจงไปในทางที่ทำให้เข้าใจผิด แต่ควรเป็นการยอมรับผิด และแถลงการณ์ขอโทษลูกค้าอย่างเป็นทางการ รวมทั้งการชดเชยที่สมเหตุสมผล อย่างการรับเปลี่ยนเครื่องที่ตรวจสอบแล้วว่าเป็นเครื่องที่เป็น eMMC หรือ UFS 2.0 เพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดความผิดหวังต่อแบรนด์ และอาจช่วยกู้ภาพลักษณ์ ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดของผู้ผลิต จะได้ไม่ถูกมองว่าเป็นการย้อมแมวหลอกขายขยะแต่อย่างใด

No comments:

Powered by Blogger.