Header Ads

Breaking News
recent

ออสเตรเลียลงนามข้อตกลงด้านอาชญากรรมไซเบอร์ร่วมกับประเทศไทย

Tobias Feakin ตัวแทนด้านอาชญากรรมไซเบอร์จากออสเตรเลีย ได้เดินทางมาร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลียกับสถานทีตำรวจแห่งชาติ เพื่อร่วมมือกันในการรับมือและกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หลังจากที่ไทย สิงคโปร์ และจีนได้ร่วมลงนามไปกันก่อนหน้านี้
“อาชญากรและผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถปรับตัวและรวบรวม [ข้อมูล] ได้เร็วกว่ารัฐบาลมาก ดังนั้นถ้าพวกเราไม่มาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ แชร์แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระหว่างกัน และก้าวเดินไปข้างหน้าแล้ว เราจะพบว่าพวกเรากำลังตามหลัง [อาชญากรเหล่านั้น] อยู่เป็นอย่างมาก” — Feakin ระบุ

ออสเตรเลียได้ให้ร่วมมือกับสถานีตำรวจแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในการดักจับการค้ายาเสพติดและการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาเป็นเวลานานแล้ว การลงนามนี้เป็นการขยายความร่วมมือระหว่างออสเตรเลียและประเทศไทยออกไป โดยออสเตรเลียจะให้การสนับสนุนในส่วนของการพัฒนาด้าน Digital Forensics แก่สถานีตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าหลักฐานเชิงดิจิทัลมีความน่าเชื่อถือ ถูกต้อง และสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้

หน่วยงานของออสเตรเลียระบุว่า การสนับสนุนสถานีตำรวจแห่งชาติของไทยนี้เป็น “หลักสำคัญของการทำ Digital Forensics คือ การจัดเก็บหลักฐานเชิงอิเล็กทรอนิกส์บนอุปกรณ์หลากหลายประเภท รวมไปถึงการประมวลผลและดึงข้อมูลออกมา” ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นหลักที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสนใจเนื่องจากอาชญาการในปัจจุบันเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้สื่อดิจิทัลในการติดต่อสื่อสาร หรือเก็บข้อมูล

จากการลงนามข้อตกลงนี้ ทำให้ออสเตรเลียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรด้านอาชญากรรมไซเบอร์ร่วมกับไทย สิงคโปร์ และจีน โดยแต่ประเทศจะร่วมมือกันเพื่อต่อสู่กับเครือข่ายอาชญากรไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความมั่นคงปลอดภัยและภัยคุกคาม การแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการฝึกฝนทักษะต่างๆ

การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) นี้กระทำเมื่อวันศุกร์ที่ 2 มิถุนายนระหว่างการประชุมผู้นำร่วมสิงคโปร์และออสเตรเลียครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งการลงนามดังกล่าวมี Lee Hsien Loong นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์และ Malcolm Turnbull นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียเป็นสักขีพยาน

ที่มา: http://www.zdnet.com/ https://www.techtalkthai.com/

No comments:

Powered by Blogger.