Header Ads

Breaking News
recent

ข้อเสนอใหม่ในร่าง กม.อังกฤษเรื่องสิทธิในการ "ถูกลืม" บนโลกออนไลน์

รัฐบาลอังกฤษเสนอร่างกฎหมายใหม่ที่จะทำให้พลเมืองมีสิทธิ์เพิ่มขึ้นในการควบคุมข้อมูลส่วนตัวในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะการใช้ "สิทธิที่จะถูกลืม"(Right to be forgotten) เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ์ขอให้ข้อมูลของตนถูกลบออกจากอินเทอร์เน็ตได้
ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้จะช่วยให้พลเมืองอังกฤษสามารถร้องขอให้มีการลบข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวเองที่ถูกโพสต์ออนไลน์ขณะยังเป็นผู้เยาว์ออกจากอินเทอร์เน็ตได้ ทั้งยังให้อำนาจใหม่แก่องค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของสหราชอาณาจักร และช่วยให้สามารถลงโทษปรับที่รุนแรงต่อบริษัทที่ละเมิดกฎหมายนี้
สหรัฐฯ เพิกถอน ก.ม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต
กูเกิลถูกอียูปรับ 2.4 พันล้านยูโร เพราะจัดอันดับค้นหาข้อมูลไม่เป็นธรรม
นายแมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีดิจิทัลของอังกฤษ เจ้าของร่างกฎหมายใหม่กล่าวว่า ความพยายามนี้จะทำให้สหราชอาณาจักรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มแข็งและก้าวหน้ามากที่สุดฉบับหนึ่งของโลก จะช่วยให้ประชาชนควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้มากขึ้น และมีข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นในการที่จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมที่สหราชอาณาจักรจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู)

ประเด็นสำคัญในร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ได้แก่

ทำให้ประชาชนสามารถถอนคำยินยอมให้นำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ได้ง่ายขึ้น

ช่วยให้ประชาชนสามารถร้องขอให้มีการลบข้อมูลส่วนบุคคลจากอินเทอร์เน็ตได้

กำหนดให้บริษัทต่าง ๆ ต้องได้รับ "คำยินยอมที่ชัดเจน" จากเจ้าของข้อมูลก่อนที่จะนำข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนไปใช้

ขยายคำจัดกัดความของข้อมูลส่วนบุคคลให้หมายรวมถึง ไอพีแอดเดรส, ไฟล์ดีเอ็นเอ และไฟล์
ข้อความขนาดเล็กที่เรียกว่า "คุกกี้"

ช่วยให้ประชาชนมีสิทธิ์ขอดูข้อมูลของตนเองที่หน่วยงานต่าง ๆ เก็บเอาไว้ได้อย่างเสรีมากขึ้น

ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ยังมีเป้าหมายในการเปลี่ยนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของอียูที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไปเป็นกฎหมายสหราชอาณาจักรด้วย ซึ่งจะทำให้บริษัทต่าง ๆ มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นในการปกป้องคุ้มครองข้อมูลของประชาชน และจะต้องเผชิญโทษปรับก้อนโตหากละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเพิ่มโทษปรับสูงสุดเป็น 17 ล้านปอนด์ (ราว 748 ล้านบาท) หรือ 4% ของผลประกอบการทั่วโลก จากเดิมที่มีค่าปรับสูงสุดเพียง 500,000 ปอนด์ (ราว 8.5 ล้านบาท)

ที่มา http://www.bbc.com

No comments:

Powered by Blogger.