Header Ads

Breaking News
recent

ผู้ใช้ Facebook กว่า 50 ล้านบัญชี ถูกล้วงข้อมูลไปใช้ แบบไม่รู้ตัว


จากข้อมูลของ เดอะการ์เดียน ได้มีผู้ออกมาแฉว่า Cambridge Analytica บริษัทผู้เชี่ยวชาญเรื่องการวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ของโรเบิร์ต เมอร์เซอร์ (Robert Mercer) ซึ่งมี สตีฟ แบนนอน (Steve Bannon) ที่ปรึกษาคนสำคัญของ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้บริหารใหญ่อยู่ในขณะนั้น ได้เอาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนนับล้านๆ คนส่วนใหญ่เป็นชาวสหรัฐฯ เอาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อเอาไปวิเคราะห์พฤติกรรม จากนั้นก็จูงใจคนเหล่านี้ในการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ผ่านมา ด้วยการโฆษณาที่ออกแบบมาเฉพาะความชอบของแต่ละคน

"เราใช้ประโยชน์จากเฟซบุ๊กในการล้วงประวัติของผู้คนนับล้านๆ จากนั้นก็สร้างโมเดลที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับพวกเขาแล้วก็ยั่วยวนปีศาจร้ายในจิตใจของพวกเขา บริษัทของเราทุกภาคส่วนถูกสร้างขึ้นมาด้วยพื้นฐานนี้" คริสโตเฟอร์ ไวลี (Christopher Wylie) นักวิชาการที่เคยทำงานกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และอดีตคนในของ Cambridge Analytica ผู้ออกมาแฉเรื่องฉาวกล่าวกับ Observer

การรวบรวมข้อมูลของพวกเขาอาศัยแอพที่ชื่อว่า thisisyourdigitallife สร้างโดย อเล็กซานด์ โคแกน (Alexandr Kogan) นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่แอพนี้เป็นงานที่ทำขึ้นโดยไม่เกี่ยวข้องกับทางมหาวิทยาลัย เป็นการทำในนามบริษัทของเขาเองคือ Global Science Research (GSR) ร่วมกับ Cambridge Analytica โดยให้ผู้ใช้นับแสนรายเข้ามาทำแบบสอบถามทดสอบบุคลิกภาพโดยมีค่าตอบแทนให้ ซึ่งผู้ใช้จะต้องยอมรับให้สามารถใช้ข้อมูลของพวกเขาเพื่องานวิชาการได้ด้วย

อย่างไรก็ดี แอพที่ว่ายังไปรวบรวมข้อมูลของเพื่อนของผู้ใช้ที่ทำแบบสอบถามด้วย จนนำไปสู่การสั่งสมข้อมูลรวมๆ กันเป็นสิบๆ ล้านบัญชี ซึ่งตามนโยบายของเฟซบุ๊ก พวกเขาอนุญาตให้เอาข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อนของผู้ใช้ไปใช้เพื่อพัฒนาแอพให้โดนใจผู้ใช้มากยิ่งขึ้นได้ แต่ไม่อนุญาตให้เอาไปจำหน่าย หรือใช้เพื่อการโฆษณา การล้วงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการโฆษณาจูงใจผู้ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งสหรัฐฯ รอบที่แล้วจึงขัดต่อนโยบายของเฟซบุ๊กเต็มๆ

แต่การจัดการกับปัญหานี้ของเฟซบุ๊กก็ทำให้น่าสงสัยว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้มากเพียงไหนกัน

รายงานของสื่ออังกฤษกล่าวว่า ผู้บริหารของเฟซบุ๊ก และ Cambridge Analytica ได้เข้าพบคณะไต่สวนของรัฐสภาอังกฤษเมื่อเดินที่แล้ว ทาง Cambridge Analytica ยืนยันว่าพวกเขาไม่มีหรือได้ใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เฟซบุ๊กแต่ประการใด ส่วนทางเฟซบุ๊กบอกว่า บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลอาจจะมีข้อมูลจำนวนมาก แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อมูลที่มาจากเฟซบุ๊กแน่ๆ

อย่างไรก็ดี หลักฐานชิ้นหนึ่งที่ ไวลี ผู้แฉเรื่องนี้เอามามอบให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอังกฤษก็คือ หนังสือที่ออกโดยทนายความของเฟซบุ๊กเมื่อเดือนสิงหาคม 2016 ส่งถึง ไวลี ขอให้ไวลีทำลายข้อมูลใดๆ ก็ตามที่ทาง GSR ได้รวบรวมไว้ โดยให้เหตุผลว่า GSR ไม่มีอำนาจที่จะเผยแพร่ หรือขายให้กับพวกเขา แต่นอกเหนือไปจากนั้นทางเฟซบุ๊กก็ไม่ได้ติดตามอะไรเพิ่มเติมว่าทาง ไวลี ได้ลบข้อมูลอะไรหรือไม่

จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 มีนาคม) เฟซบุ๊กถึงได้ออกแถลงการณ์ว่าพวกเขาได้สั่งระงับการใช้งานแพลตฟอร์มของ Cambridge Analytica และโคแกน ซึ่งแถลงการณ์คราวนี้เกิดขึ้นเป็นเวลาสี่วันหลังจาก Observer พยายามขอความเห็นจากเฟซบุ๊กในเรื่องนี้ แต่เป็นเวลานับปีหลังจากที่เฟซบุ๊กรู้ว่ามีปัญหาเกิดขึ้น

ทางเฟซบุ๊กให้คำอธิบายว่าเหตุการณ์คราวนี้ไม่อาจถือว่าเป็นกรณีที่พวกเขาถูกเจาะระบบเพื่อล้วงข้อมูลแต่ประการใด เนื่องจากการรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้นับสิบๆ ล้านรายของโคแกนเป็นการเข้าถึงข้อมูลตามช่องทางอย่างถูกต้อง แต่เขากลับมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขไปตลอดรอดฝั่ง เนื่องจากเขาได้เอาข้อมูลนั้นไปให้บุคคลที่สาม และพวกเขาก็ได้ถอดแอพดังกล่าวออกตั้งแต่ปี 2015 พร้อมให้ทุกคนที่มีสำเนาข้อมูลดังกล่าวออกหนังสือยืนยันว่าพวกเขาได้ทำลายข้อมูลทั้งหมดทิ้งแล้ว

แม้จากหลักฐานของไวลีจะบอกว่า กว่าเฟซบุ๊กจะส่งหนังสือมาถึงเขาก็กินเวลาไปถึงค่อนปีหลังของปี 2016 และเฟซบุ๊กก็แทบไม่ได้ติดตามผลอะไร เพียงแต่ให้เขาติ๊กถูกในกล่องข้อความแล้วตอบกลับเท่านั้น

ที่มา https://gmlive.com/

No comments:

Powered by Blogger.